มาตรฐานเกษตรอินทรีย์

ศูนย์ข้อมูลข้าวตลาดเฉพาะ

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์

image

หลักการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

การตรวจสอบและรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ มกท.  เป็นการตรวจสอบและรับรองระบบการผลิตและการประกอบการโดยอาจจะเริ่มจากการผลิตการเกษตร (ซึ่งอาจเป็นการเพาะปลูกพืชเลี้ยงสัตว์เลี้ยงผึ้งเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติ) ไปจนถึงการจัดการผลผลิตและการแปรรูปซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 ขอบเขตใหญ่ๆ คือ

  1. การตรวจสอบและรับรองฟาร์มเป็นการตรวจสอบและรับรองกระบวนการผลิตซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ปัจจัยการผลิตที่ใช้การดูแลรักษาแนวกันชน จนกระทั่งเก็บเกี่ยวเก็บรักษาผลิตผลและบรรจุขาย
  2. การตรวจสอบและรับรองการประกอบการเป็นการตรวจสอบและรับรองการจัดการผลิตผลและการแปรรูปซึ่งครอบคลุมตั้งแต่แหล่งที่มาของวัตถุดิบการจัดการกับวัตถุดิบ กรรมวิธีการแปรรูปการบรรจุการขนส่งและการจัดจำหน่าย

ดังนั้นการตรวจรับรองของ มกท. เป็นการรับรองว่าผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์นั้นๆ มาจากกระบวนการผลิตที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ผู้ประกอบการขอการรับรองไม่ใช่การตรวจสอบและรับรองว่าผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์นั้นปลอดจากสารเคมีตกค้างใดๆแต่  มกท.  อาจใช้วิธีการตรวจวิเคราะห์หาสารเคมีตกค้างในผลิตผลและผลิตภัณฑ์เป็นกรณีพิเศษ ในกรณีที่มีความสงสัยเรื่องการลักลอบใช้สารเคมีการเกษตรของผู้ประกอบการหรือในกรณีที่มีความเสี่ยงในการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม

การตรวจรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจว่าได้ซื้อผลิตผลและผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่แท้จริงและในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยคุ้มครองผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เพราะผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองจาก มกท. เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ใช้ตรารับรองเกษตรอินทรีย์บนบรรจุภัณฑ์ของตน เพื่อรักษาความเป็นกลางในการให้บริการตรวจรับรอง  มกท. จะไม่ดำเนินกิจกรรมใดๆที่เกี่ยวข้องกับการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ให้กับผู้ประกอบการแต่ มกท.  จะช่วยเผยแพร่ชื่อและที่ติดต่อของผู้ประกอบการตลอดจนรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองให้กับผู้ค้าและผู้บริโภคที่สนใจได้ทราบเพื่อช่วยขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการนอกจากนี้ผู้ตรวจและเจ้าหน้าที่ของ มกท. จะเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตสูตร/ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์และความลับทางการค้าอื่นๆของผู้ประกอบการเป็นความลับและจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประกอบการแล้วเท่านั้น (ยกเว้นในกรณีที่มีข้อบังคับทางกฎหมาย หรือเพื่อการรับรองระบบงานและการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจรับรอง)  แต่ในกรณีที่ผู้ประกอบการกระทำการละเมิดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ทาง มกท. สงวนสิทธิ์ที่จะนารายละเอียดที่เกี่ยวกับการละเมิดนั้นมาเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ

 

ระบบเกษตรอินทรีย์ที่ มกท. ให้บริการ

ปัจจุบัน มกท. ให้บริการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ใน5ระบบดังรายละเอียดดังนี้

  1. ระบบเกษตรอินทรีย์IFOAMเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นโดยสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติตั้งแต่ปี2535และ มกท. ได้รับการรับรองระบบงานจากIOASตั้งแต่ปี2544ในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืชการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติการแปรรูปและจัดการผลผลิตและการผลิตปัจจัยการผลิตเพื่อการค้า
  2. ระบบเกษตรอินทรีย์สหภาพยุโรประบบใหม่ที่เริ่มมีผลบังคับใช้จริงเมื่อ1กรกฎาคม2555โดยมีระเบียบEU(EC)no.834/2007และ889/2008เป็นตัวกำกับ  มกท.  ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ ตุลาคม2554 ในระบบนี้  มกท.  สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืชการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติและการแปรรูปและจัดการผลผลิต
  3. ระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดารัฐบาลแคนาดาเริ่มนำระบบ Canada Organic Regime(COR)ออกใช้ในปี2552ตามระเบียบOrganic Products Regulations,2009โดยมี Canadian Food Inspection Agency(CFIA)เป็นหน่วยงานรับผิดชอบ มกท. ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์ตั้งแต่มิถุนายน2552ในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืชการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติและการแปรรูปและจัดการผลผลิต
  4. ระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกาแผนงานเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ (National Organic Program–NOP)อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกา(United States Department of Agriculture–USDA)โดยระบบการตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์นี้เริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อพ.ศ.2545ในเดือนมิถุนายน2552กระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาและCFIAของแคนาดาได้ลงนามในข้อตกลงยอมรับความเท่าเทียมกันของระบบเกษตรอินทรีย์ของอีกฝ่ายซึ่งท าให้ผลผลิตเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองตามระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดาสามารถได้รับการรับรองตามระบบของสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมได้โดยมีการประเมินเพิ่มเติมอีกเพียงไม่กี่เรื่องผู้ประกอบการที่จะขอการรับรองผลผลิตตามระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกากับ มกท. จะต้องขอการรับรองตามระบบแคนาดาควบคู่กันเพราะการรับรองตามระบบของสหรัฐอเมริกาของ มกท. นี้เป็นการรับรองภายใต้ข้อตกลงความเท่าเทียมของระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดาและสหรัฐอเมริกา  มกท.  ไม่ได้ให้บริการตรวจรับรองตามระบบเกษตรอินทรีย์สหรัฐอเมริกาโดยตรงขอบข่ายการตรวจรับรองในระบบนี้จึงเหมือนกับระบบของแคนาดา
  5. ระบบเกษตรอินทรีย์สวิสเซอร์แลนด์รัฐบาลสวิส ได้ออกระเบียบเกษตรอินทรีย์เมื่อกันยายนพ.ศ.2540 (Organic Farming Ordinance, SR910.18) โดยมีกระทรวงเกษตร(Federal Office for Agriculture-FOAG) เป็นผู้กำกับดูแลระเบียบเกษตรอินทรีย์นี้มทก.ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยตรวจรับรองเกษตรอินทรีย์จาก FOAG เมื่อ17กรกฎาคม2555 ในระบบนี้ มกท. สามารถให้บริการตรวจรับรองในขอบข่ายการเพาะปลูกพืชและการเก็บเกี่ยวผลผลิตจากป่าและธรรมชาติ
  6. ระบบเกษตรอินทรีย์ มกท. เนื่องจากมีการผลิตเกษตรอินทรีย์ในประเทศและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางอย่างที่เพิ่งเริ่มพัฒนาขึ้นทาง มกท. จึงได้จัดทำมาตรฐานเกษตรอินทรีย์เฉพาะที่เหมาะกับผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้นเหล่านี้โดยขอบข่ายการตรวจรับรองที่ มกท. ได้จัดทำขึ้นแล้วในระบบนี้คือการเลี้ยงสัตว์การเลี้ยงผึ้ง การประกอบอาหารสำหรับร้านอาหาร

 

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์

มาตรฐานเกษตรอินทรีย์เป็นข้อกำหนดและเงื่อนไขสาคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์โดย  มกท.  จะใช้มาตรฐานนี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาตัดสินรับรองฟาร์มและการประกอบการของท่าน ดังนั้นก่อนที่จะทำการสมัครผู้ประกอบการ ควรศึกษาข้อกำหนดในการผลิตแบบอินทรีย์ที่ขอการรับรอง (เช่นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  มกท.  ในกรณีขอการรับรองเกษตรอินทรีย์ในระบบเกษตรอินทรีย์ IFOAM และ/หรือ สหภาพยุโรปหรือมาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดาในกรณีขอการรับรองตามระบบเกษตรอินทรีย์แคนาดา) อย่างละเอียดและถี่ถ้วนเสียก่อนในกรณีที่ท่านมีความสงสัยในเงื่อนไขมาตรฐานข้อใดท่านสามารถติดต่อไปยังสำนักงาน  มกท. หรือในกรณีที่ท่านเป็นกลุ่มผู้ผลิตท่านอาจติดต่อให้เจ้าหน้าที่  มกท.  จัดอบรมทั่วไปเพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และวิธีการปฏิบัติต่างๆในการสมัครขอรับรองมาตรฐานก็ได้โดยท่านสามารถขอรายละเอียดได้ที่สำนักงาน  มกท.  ในกรณีที่ผู้สมัครไม่ได้เป็นผู้ทำการผลิต หรือการประกอบการเองแต่ว่าจ้างผู้อื่นให้ดำเนินการให้ผู้สมัครมีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายให้ผู้รับช่วงผลิต ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบดาเนินการผลิตได้เข้าใจเงื่อนไขในมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่เกี่ยวข้องและการปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆอย่างละเอียดด้วยดูรายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ "ข้อกำหนดการตรวจ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์  มกท. " โดยทั่วไปมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบเกษตรอินทรีย์ ซึ่งแต่ละระบบจะมีมาตรฐานของตัวเองแต่ในบางระบบสามารถยอมรับมาตรฐานของระบบอื่นได้หรือยอมให้หน่วยตรวจรับรองจัดทำมาตรฐานของตัวเองขึ้นมาแต่มาตรฐานนั้นก็จะถูกประเมินความเท่าเทียมและ/หรือความสอดคล้องกับมาตรฐานหลักของระบบนั้นๆ ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ มกท. ได้พยายามผนวกรวมมาตรฐานของ3ระบบเข้าด้วยกันเป็นมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  มกท. คือ

  1. เกณฑ์มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ขั้นต่ำของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ (IFOAM Basic Standards)
  2. เกณฑ์มาตรฐานการผลิตเกษตรอินทรีย์ของสหภาพยุโรปที่กำหนดไว้ในระเบียบEU(EC)no.834/2007และ889/2008
  3. เกณฑ์ปฏิบัติเกษตรอินทรีย์ในประเทศที่คณะอนุกรรมการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  มกท.  เป็นผู้กำหนดขึ้น(เฉพาะในส่วนของมาตรฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์รายการอาหารในร้านอาหาร)มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. นี้จัดทำขึ้นโดยคณะอนุกรรมการมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆเป็นผู้ก ากับดูแลการจัดท ามาตรฐานใหม่และปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ มกท. ก่อนน าเสนอให้คณะกรรมการมูลนิธิฯเป็นผู้พิจารณาอนุมัติก่อนประกาศใช้โดยปกติ มกท. จะมีการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. ทุกๆ 2 ปีดังนั้นหากท่านมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของ มกท. ท่านสามารถเสนอความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรส่งไปที่สำนักงาน มกท. ท่านสามารถดาวน์โหลดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ มกท. ได้จากเว็บไซต์ของ มกท. มาตรฐานเกษตรอินทรีย์แคนาดา Canadian General Standards Board(CGSB) เป็นผู้กำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของแคนาดาสำหรับ Canadian Organic Regime(COR)มาตรฐานเกษตรอินทรีย์CORนี้สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของ Public Works and Government Services Canada ที่ http://www.tpsgc-pwgsc.gc.ca/ongc-cgsb/programme-program/normes-standards/comm/32-20-agriculture-eng.html



ข้อมูลจาก https://www.opsmoac.go.th/songkhla-manual-files-391191791803

 

ด้านบน