ข้าวก่ำล้านนา

ศูนย์ข้อมูลข้าวตลาดเฉพาะ

ข้าวก่ำล้านนา

image

ประวัติพันธุ์

ข้าวก่ำล้านนา (Khao Kum Lanna) หมายถึงข้าวเหนียวที่มีเมล็ดสีดำที่ได้จากข้าวก่ำพันธุ์ดอยสะเก็ด ข้าวก่ำพันธุ์อมก๋อย ข้าวก่ำพันธุ์พะเยา และข้าวก่ำพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งเป็นข้าวเหนียวดำไวต่อช่วงแสง ปลูกในฤดูนาปี ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง  ลำพูน แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน

 

ลักษณะประจำพันธุ์

1) ข้าวก่ำดอยสะเก็ด ลำต้นมีลักษณะเป็นสีม่วงเข้มหรือสีดำ เปลือกเมล็ดสีม่วงเมล็ดข้าวกล้องสีม่วงขนาดเมล็ดกว้างประมาณ 3.3 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 9.7 มิลลิเมตร หนาประมาณ 1.91 มิลลิเมตร

2) ข้าวก่ำอมก๋อย ล่าต้นมีลักษณะเป็นสีม่วงปนเขียว เมล็ดข้าวกล้องและเยื่อหุ้มเมล็ดสีม่วง ขนาดเมล็ดกว้างประมาณ 3.0 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 8.9 มิลลิเมตร 

3) ข้าวก่ำพะเยา ลำต้นมีลักษณะเป็นสีม่วง เมล็ดข้าวกล้องสีม่วง ขนาดเมล็ดกว้างประมาณ  2.93 มิลลิเมตร ยาวประมาณ 7.7 มิลลิเมตร หนาประมาณ 1.91 มิลลิเมตร

4) ข้าวก่ำพันธุ์พื้นเมือง ลำต้นมีลักษณะเป็นสีม่วง สีม่วงปนเขียว หรือสีเขียว เมล็ดข้าวเปลือก สีฟางหรือฟางอมม่วง

 

ความสัมพันธ์กับแหล่งภูมิศาสตร์

ลักษณะภูมิประเทศ ดินแดนล้านนามีภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีเนินเขาสลับแอ่งน้ำแคบๆ บริเวณที่ราบลักษณะดินมีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางเป็นดินตะกอนน้ำพัดพาและดินที่เกิดจากแรงโน้มถ่วงตะกอนทับถม ดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย พื้นที่ปลูกข้าวจึงหลากหลายทั้งพื้นที่ลุ่มและบนไหล่เขาในลักษณะข้าวนาสวนและข้าวไร่ ดังนั้นข้าวเหนียวด่าหรือข้าวก่ำจึงปลูกทั้งพื้นที่ราบลุ่ม พื้นที่เชิงเขา และบนเขา 

 

ลักษณะภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศอยู่ในแบบร้อนค่อนข้างไปทางอบอุ่นในฤดูหนาวอากาศค่อนข้างเย็น ในฤดูร้อนอากาศร้อนจัดอยู่ในเขตลมมรสุม มีฤดูฝนประมาณ 6 เดือน ฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม  ได้รับลมมรสุมพัดมาจากทางใต้นำความชุ่มชื้นมาจากทะเล มักมีพายุหมุนเขตร้อนหรือดีเพรสชั่นจากทะเลจีนใต้จากทางตะวันออก ทำให้มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ฤดูแล้งระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์จะได้รับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศจีนนำเอาความแห้งแล้งและหนาวเย็นลงมา และในช่วงปลายฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายนจะเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตั้งฉากเคลื่อนเข้ามาใกล้ภาคเหนือทำให้อากาศร้อนจัด ดินแดนล้านนามีฤดูหมุนเวียนในช่วงเวลาต่างๆอย่างเหมาะสม ช่วงฤดูฝนมีอากาศร้อนเหมาะแก่การ เพาะปลูกเพราะพืชผลเจริญงอกงามดีฤดูแล้งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเก็บเกี่ยวพืชผลและเก็บไว้ในยุ้งฉาง เพราะอากาศแห้งท่าให้พืชผลไม่เสียหาย

 

คุณค่าทางโภชนาการ

เป็นข้าวที่มีเมล็ดข้าวสีม่วงหรือสีดำมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีสารแกมมาโอรีซานอล (Gamma oryzanol) สารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) และมีวิตามินอี(Vitamin E) ที่มีประโยชน์ต่อ ร่างกายระดับสูง

 

ได้รับการรับรอง ข้าวสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2554

ด้านบน