ข้าวเหนียวเขี้ยวงู

image

ประวัติความเป็นมา

            ข้าวเหนียวเขี้ยวงูเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งนางสาวอรพิน  วัฒเนสก์ ได้ขอเชื้อพันธุ์ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจำนวน 28 สายพันธุ์ๆละ 10-15 กรัม มีความงอกไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90     จากศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดเชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ มาปลูกศึกษาและคัดเลือกพันธุ์  โดยนายพายัพภูเบศวร์ มากกูล ซึ่งพิจารณาจากสายพันธุ์ที่เป็นข้าวเหนียว และคัดเลือกไว้จำนวน 3 สายพันธุ์  จากนั้นจึงได้เริ่มทำการคัดเลือกพันธุ์บริสุทธิ์ ตั้งแต่ปี 2549 – 2551 จนได้สายพันธุ์บริสุทธิ์ทั้ง 3 สายพันธุ์ รวมทั้งบันทึกลักษณะประจำพันธุ์ไว้ทั้งหมด ปี 2549-2554

 

ลักษณะทั่วไป

-ข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงู เป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมมีลักษณะเมล็ดเล็ก เรียวยาว สวยงาม เมื่อนึ่งสุกแล้วข้าวมีสีขาว การเกาะตัวเหนียวแต่ไม่เละ ผิวมีความเลื่อมมันค่อนข้างมาก เนื้อสัมผัสนุ่มและมีกลิ่นหอม

-เป็นข้าวเหนียวที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ในรูปของวิตามินอี     โดยเฉพาะวิตามินอีในรูป Mixed tocopherols ซึ่งข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงูนี้ พบว่ามีแอลฟา (α tocopherol) สูงถึง 5.32 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม โดยมีบทบาทสำคัญในขบวนการ metabolism ในร่างกายโดยเฉพาะช่วยลดคอเลสเตอรอล มีอิปไซลอน (Y tocopherol) สูงถึง 4.11 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม และมีเดลต้า (δ tocopherol) จำนวน 0.26 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม นอกจากนี้ยังมีสารแกมมา (g–oryzanol) ปริมาณ 188.2 มิลลิกรัมต่อรำ 100 กรัม ซึ่งเป็นสารช่วยลดการเกิดปฏิกิริยา oxidation ซึ่งเป็นผลผลิตจาก คอเลสเตอรอล ที่อาจก่อให้เกิดสารประกอบที่ทำให้เป็นอันตรายต่อเซลต่างๆในหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเส้นเลือดอุดตันในหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับปอดและโรคมะเร็ง รวมทั้งอาการผิดปกติของ

-ให้ผลผลิต 71 – 484 กิโลกรัมต่อไร่ แหล่งผลิต จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ใกล้เคียงในภาคเหนือ

 

ความน่าสนใจ

การแปรรูป อาหารประเภทของหวานที่ต้องใช้ข้าวเหนียวมูนเป็นหลัก เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวเหนียวทุเรียน ข้าวหลาม ไอศกรีม ขนมไทยหรือข้าวเหนียวหน้าต่างๆ เป็นต้น

 

ที่มาของข้อมูล  กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว