ข้าวหอมกระดังงา59

image

ประวัติความเป็นมา

             ข้าวพันธุ์หอมกระดังงา 59 เป็นพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีการปลูกในจังหวัดนราธิวาสมาอย่างยาวนานมีลักษณะไวต่อช่วงแสงปลูกในฤดูนาปี พื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ที่อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ประมาณ 4,000 ไร่ โดยจุดเด่นของข้าวพันธุ์นี้นอกจากจะมีกลิ่นหอมคล้ายดอกกระดังงา ข้าวกล้องยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงเป็นที่นิยมของกลุ่มผู้บริโภคข้าวเพื่อสุขภาพ

          ในปีพ.ศ.2542 เกษตรกรที่ปลูกข้าวพันธุ์นี้ได้รวมกลุ่มกันแปรรูปเป็นข้าวกล้องและข้าวซ้อมมือจําหน่าย โดยกลุ่มผู้ผลิตประกอบด้วย 5 กลุ่ม ได้แก่

                   1) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคกอิฐ-โคกใน ตําบลพร่อน อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                   2) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านโคกมะม่วง ตําบลพร่อน อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                   3) กลุ่มแม่บ้านนารีสามัคคีธรรม ตําบลพร่อน อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                   4) กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรข้าวบ้านบอฆอ ตําบลโฆษิต อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส

                   5) กลุ่มสตรีข้าวซ้อมมือบ้านตอหลัง ตําบลตันหยงลิมอ อําเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

          สืบเนื่องมาจากการสํารวจความต้องการเมล็ดพันธุ์ข้าวของเกษตรกรในจังหวัดนราธิวาสเพื่อรองรับการดําเนินงานในโครงการฟื้นฟูนาร้างเพื่อการปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้โดยศูนย์วิจัยข้าวปัตตานีในปีพ.ศ.2551 ซึ่งพบว่าข้าวพันธุ์หอมกระดังงาเป็นพันธุ์ข้าวที่เกษตรกรมีความต้องการเมล็ดพันธุ์บริสุทธิ์เพื่อนํามาปลูกมากที่สุด จึงทําให้ในปี พ.ศ.2552 ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานีได้เก็บรวบรวมพันธุ์จากแหล่งปลูกต่างๆ ในอําเภอตากใบ ได้แก่ ตําบลพร่อน ศาลาใหม่ บางขุนทองโฆษิต และเจ๊ะเห จํานวน 200 รวง มาปลูกศึกษาวิจัยและพัฒนาพันธุ์ ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวนาน้ำฝน และโครงการวิจัยการคัดเลือกสายพันธุ์บริสุทธิ์ข้าวหอมพันธุ์พื้นเมือง โดยให้รหัสสายพันธุ์ว่า PTNC09002 นํามาปลูกคัดเลือกสายพันธุ์บริสุทธิ์ (Pure line selection) แบบรวงต่อแถวที่ศูนย์วิจัยข้าว ปัตตานีในฤดูนาปี พ.ศ.2552-2553 ปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นต้น (2-row observation) ในฤดูนาปีพ.ศ.2553-2554 และปลูกศึกษาพันธุ์ขั้นสูง (4-row observation) ในฤดูนาปีพ.ศ.2554-2555 คัดเลือกเหลือเพียงสายพันธุ์ PTNC09002-59 ซึ่งเก็บตัวอย่างมาจากตําบลพร่อน อําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส นําไปปลูกเปรียบเทียบผลผลิตภายในสถานีที่ศูนย์วิจัยข้าวปัตตานีในฤดูนาปีพ.ศ.2555-2556 และปลูกเปรียบเทียบผลผลิตในนาเกษตรกรที่อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และอําเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทดสอบการตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจน ประเมินการยอมรับของเกษตรกรต่อลักษณะทางการเกษตร คุณภาพทางกายภาพของเมล็ด และคุณภาพข้าวหุงสุกในฤดูนาปีพ.ศ.2556-2557 โดยข้อมูลการปรับปรุงพันธุ์ที่ได้จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการขอรับรองพันธุ์ข้าวต่อไปในอนาคต

 

ลักษณะทั่วไป

ชนิด                   

ข้าว ชื่อวิทยาศาสตร์ Oryza sativa L.

ประเภท             

พืชล้มลุก วงศ์หญ้า เป็นข้าวนาสวน ไวต่อช่วงแสง

ต้น                     

ความสูงเฉลี่ย 159 เซนติเมตร ทรงกอตั้ง ปล้องสีเขียวมีเส้นสีม่วง ลําต้นค่อนข้างแข็ง

ใบ                      

ความยาวเฉลี่ย 59.2 เซนติเมตร ความกว้างเฉลี่ย 1.40 เซนติเมตร สีเขียว มีขนบ้าง มุมปลายใบตั้งตรง กาบใบสีเขียว ใบแก่ช้า

ดอก/ช่อดอก      

ยอดเกสรตัวเมียสีขาว ปลายยอดดอกสีม่วง กลีบดอกสีม่วง รวงค่อนข้างแน่น การแตกระแง้ถี่ คอรวงยาว กลีบรองดอกสีฟาง

เมล็ด             

สีของเปลือกเมล็ดเมื่อสุกแก่เป็นสีฟาง ขนสั้น ยอดเมล็ดสีฟาง มีเมล็ดสม่ำเสมอทั้งรวงขนาดเมล็ดข้าวเปลือกยาว 9.13 มิลลิเมตร กว้าง 2.75 มิลลิเมตร หนา 1.97 มิลลิเมตรน้ำหนักข้าวเปลือก 1,000 เมล็ด 20.8 กรัม น้ําหนักข้าวเปลือกต่อถัง 11.9 กิโลกรัม เมล็ดข้าวกล้องมีสีแดง

            ข้าวหอมกระดังงา59 ให้ผลผลิตเฉลี่ย 384 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อปลูกในนาเกษตรกร วันออกดอก 50 เปอร์เซ็นต์ วันที่ 17 กุมภาพันธ์เหมาะสําหรับปลูกในพื้นที่นาสวนนาน้ําฝนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ไม่มีความต้านทานโรคไหม้ ควรหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไหม้เป็นประจํา

 

ความน่าสนใจ

1.เป็นข้าวที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวคล้ายดอกกระดังงา ซึ่งเป็นจุดขายของข้าวพันธุ์นี้ ทําให้มีผู้นิยมบริโภคเป็นอย่างมากทั้งในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดใกล้เคียง

2.มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีปริมาณธาตุแคลเซียมและไฟเตทมากในข้าวกล้อง

3.ข้าวซ้อมมือเมื่อหุงสุกมีความนุ่มและหอม

 

​ที่มาข้อมูล  กรมการข้าว, กองพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าว